02-645-2799  02-645-2499  082-799-2888  095-680-5019

cancer
การวินิจฉัยมะเร็งลำไส้

  อาการเริ่มแรกของมะเร็งลำไส้จะไม่เด่นชัด ทำให้ผู้ป่วยละเลยได้ง่าย อีกทั้งตอนที่ไปตรวจกับคุณหมอก็มักจะดำเนินการทางการแพทย์ไปปกติ โดยคิดว่าเป็นแค่โรคบิด โรคลำไส้อักเสบ เหล่านี้เป็นต้น แต่พอพบว่ามีการอุดตันของลำไส้หรือคลำแล้วพบก้อนเนื้อตรงช่วงท้อง ก็มักจะพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ในระยะกลางหรือระยะสุดท้ายแล้ว ดังนั้นการวินิจฉัยมะเร็งลำไส้จึงสำคัญมาก การวินิจฉัยที่แม่นยำสามารถยกระดับผลลัพธ์ทางการแพทย์ได้


มะเร็งลำไส้,การวินิจฉัยมะเร็งลำไส้,โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว


  การวินิจฉัยมะเร็งลำไส้มีอะไรบ้าง

  1. การตรวจอุจจาระทางแล็บ : เซลล์ของเนื้องอกที่ขยายออกมามักจะมีเลือดซึม และเมื่อเลือดเข้าไปในส่วนของอุจจาระก็จะถูกขับถ่ายออกมาด้วย การตรวจอุจจาระทางแล็บสามารถเช็คส่วนประกอบของเลือดในปริมานเพียงเล็กน้อยที่ติดมากับอุจจาระได้ และหากผลตรวจออกมาในทางลบหลายครั้งหรือเป็นประจำ และพบว่าระบบทางเดินอาหารมีเลือดออกเรื้อรัง ต้องทำการตรวจขั้นต่อไป เพื่อดูว่ามีก้อนเนื้อบริเวณกระเพาะหรือลำไส้หรือไม่

  2.การตรวจลำไส้ตรง : หลังจากที่คุณหมอใส่ถุงมือเรียบร้อย ก็จะทายาหล่อลื่นบริเวณรูทวารและนิ้วชี้ จากนั้นจะสอดนิ้วชี้เข้าไปตรงรูทวารเพื่อตรวจดูว่ามีก้อนเนื้อหรือไม่

  3.การส่องกล้อง : การส่องกล้องเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดของการตรวจมะเร็งลำไส้ เมื่อมีอาการอุจจาระมีเลือดหรือระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไป แต่ตรวจด้วยการตรวจลำไส้ตรงแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติใดใด ก็ควรจะทำการตรวจด้วยการส่องกล้องตรวจทางทวารหนักหรือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

  (1) การส่องกล้องตรวจทางทวารหนัก : เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก ความยาวสุดอยู่ที่ 30 ซม. หลังจากที่ส่องแล้วสามารถตรวจชิ้นเนื้อต่อ เหมาะกับการตรวจความเปลี่ยนแปลงส่วนที่ถัดจากการตรวจทางทวารหนัก

  (2) การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก : ยาว 120 - 180 ซม. โค้งงอได้ สามารถตรวจดูลำไส้ใหญ่ได้ทั้งหมด ทำการผ่าตัดโดยการส่องกล้อง การตรวจการแข็งตัวของเลือดหรือการตรวจชิ้นเนื้อได้ซึ่งสามารถพบการเปลี่ยนแปลงได้โดยเร็ว หากยากต่อการวินิจฉัยสามารถใช้วิธีนี้ช่วยได้ ดังนั้นแล้วหากพบว่ามีอาการคล้ายกับมะเร็งลำไส้ ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คทันที

  4.การตรวจด้วยเอ็กซเรย์: การตรวจนี้รวมไปถึงการสวนแบเรียมที่ระบบทางเดินอาหารและลำไส้ การตรวจด้วยการสวนแบเรียมไปที่ลำไส้เป็นประโยชน์กับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ และสำหรับจุดก่อกำเนิดโรคที่เล็กก็สามารถถ่ายภาพเปรียบเทียบโดยฉีดก๊าซสำหรับแบเรียมเข้าไปซึ่งได้ผลการตรวจที่มีประสิทธิภาพ การเอ็กซเรย์ยังสามารถแสดงภาพทั้งหมดของลำไส้และดูว่ามีติ่งเนื้อหรือมีการลุกลามหรือไม่ได้อีกด้วย

  5. การอัลตราซาวด์ ซีทีสแกนหรือการตรวจ MRI : การตรวจด้วยวิธีเหล่านี้ไม่สามารถวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งโดยตรงได้ แต่สามารถบอกตำแหน่งขนาดและความสัมพันธ์กับเซลล์รอบข้างของมะเร็งได้ การดูว่ามีการลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองหรือตับหรือไม่มีประโยชน์อย่างมาก ทำให้แพทย์สามารถกำหนดแนวทางให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ได้

  6. ค่าสารบ่งชี้มะเร็ง (CEA) :การหาค่าสารบ่งชี้มะเร็ง (CEA) เป็นวิธีที่แพร่หลาย เป็นวิธีสำคัญวิธีหนึ่งในการตรวจหามะเร็งลำไส้ โดยทั่วไปถือว่าการประเมินผลลัพธ์และการคาดการณ์ที่มีประโยชน์ การตรวจหาค่าอย่างต่อเนื่องสามารถแสดงผลลัพธ์ของการทำคีโมหรือการผ่าตัดได้

  ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวเตือนว่า หากพบว่าอุจจาระมีเลือดหรือระบบการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม ควรรีบไปโรงพยาบาลตรวจร่างกายเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสที่ดีที่สุดไป

คำหลัก: มะเร็งลำไส้,การวินิจฉัยมะเร็งลำไส้,โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว

ติดตามข้อมูลข่าวสารและเกร็ดความรู้ดีๆจากเราได้ที่

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

02-645-2799 , 02-645-2499 , 082-799-2888 , 095-680-5019

*หมายเหตุ : ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

  • LINE:MODERNCANCER
  • TEL:02-645-2799
  • TEL:02-645-2499
  • TEL:082-799-2888
  • TEL:095-680-5019
ติดต่อเรา
คำถามที่พบบ่อย
เข้าร่วมงานสัมมนา

*ประกาศ : การผ่าตัดจะให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างดีต่อมะเร็งระยะแรก ที่เป็นมะเร็งชนิดเป็นก้อน (Solid Tumor) แต่อาจจะไม่เหมาะในการใช้กับมะเร็งระยะสุดท้าย สำหรับผู้ป่วยระยะกลาง ไปจนถึงระยะสุดท้ายที่มีภูมิต้านทานในร่างกายต่ำ เทคโนโลยีแบบบาดแผลเล็ก บูรณาการร่วมกับการคีโมและการฉายแสง จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น