02-645-2799  02-645-2499  082-799-2888  095-680-5019

การพยาบาลมะเร็งต่อมน้ำนมทางจิตวิทยาและการให้คำแนะนำ
มะเร็งต่อมน้ำนมเป็นโรคมะเร็งร้ายแรงที่เจอบ่อยสำหรับผู้หญิงการผ่าตัดของมะเร็งต่อมน้ำนมจะทำให้รูปร่างเกิดการเปลี่ยนแปลงและมีผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ทั้งนี้มักจะทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาทางร่างกายและจิตใจ
สภาพทางจิตใจของผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำนม
1 การกลัวมะเร็งต่อมน้ำนม เนื่องจากผู้ป่วยทุกคนมีความเข้าใจกับมะเร็งต่างกัน ผู้ป่วยมักจะสอบถามข้อมูลเกี้ยวกับโรคของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่าจากพยาบาลและผู้ป่วยที่เป็นโรคเดียวกับตนเอง จนทำให้ตนเองยิ่งฟังยิ่งสับสน
 2 การสงสัยผลวินิจฉัย ผู้ป่วยที่ได้วินิจฉัยเป็นมะเร็งส่วนใหญ่คิดว่านายแพทย์วินิจฉัยผิด มีความขัดแย้งทางด้านจิตใจและมีความเครียด จึงหาหนทางต่างๆ เพื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการตรวจและการวินิจฉัย
 3การมองโลกในแง่ร้ายและการผิดหวัง เมื่อผู้ป่วยทราบว่าตนเองเป็นมะเร็งแน่นอน มักจะมีอาการมองโลกในแง่ร้ายและผิดหวัง ไม่มีอารมณ์และไม่ไปรักษาอย่างแข็งขัน จนกระทั่งอยากฆ่าตัวตาย 

4 การเริ่มอายตัวเอง ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำนมส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ซึ่งมักจะกลัวสามีรังเกียจเนื่องจากตนเองเป็นโรคเต้านมหรือมีการเปลี่ยนแปลงทางรูปทรง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นคนเก็บตัว มักจะทรมานและทนความเจ็บปวดอย่าง 

  สาหัสและมีอารมณ์ปั่นป่วน

5 การยอมรับความจริงและมีความประสงค์ที่จะรอดชีวิต เมื่อผู้ป่วยได้ผ่านการบอบช้ำทางจิตใจต่างๆ ผู้ป่วยมักจะมีอาการทางจิตที่สงบและยอมรับความจริง โดยมีท่าทีแข็งขันในการรักษามะเร็งต่อมน้ำนม
6 การบำบัดการดื้อยา หลังจากผู้ป่วยได้รับการบำบัดเป็นระยะเวลาหนึ่ง มักจะมีผลข้างเคียงของเคมีบำบัดอย่างสาหัส จนทำให้ผู้ป่วยย่อท้อและไม่มีความมั่นใจในการต่อสู้กับโรค ซึ่งไม่ดีต่อการบำบัดเป็นอย่างมาก
การมองโลกในแง่ดีของผู้ป่วยเป็นปัจจัยสำคัญในการได้รับผลการบำบัดมะเร็งต่อมน้ำนมที่ดีที่สุด ดังนั้น เราต้องกำหนดมาตรการในการพยาบาลทางจิตสำหรับอาการจิตใจที่ได้กล่าวมาข้างต้น

1 การเข้าใจมะเร็งต่อมน้ำนมอย่างถูกต้องและมีความมั่นใจในตัวเอง สำหรับผู้ป่วยที่รับทราบอาการโรคของตัวเองแล้ว เราควรคุยกับผู้ป่วยอย่างแข็งขันเพื่ออธิบายความรู้เกี่ยวกับโรค ปลอบใจและให้กำลังใจแก่ผู่ป่วย ทั้งนี้จะทำให้ผู้ป่วยมี 

  ความเข้าใจมะเร็งต่อมน้ำนมอย่างถูกต้อง

2 การตอบคำถามของผู้ป่วยอย่างระมัดระวัง ถูกต้องและละเอียดเพื่อคลี่คลายอารมณ์หวั่นกลัวของผู้ป่วยและจัดการกับปัจจัยทางจิตที่ไม่ดีต่อการบำบัดมะเร็งต่อมน้ำนม

3 สำหรับผู้ป่วยที่มองโลกในแง่รายและผิดหวังมาก เราต้องวิเคราะห์สาเหตุ ปลอบใจผู้ป่วย ในขณะเดียวกันแนะนำการคืบหน้าของการบำบัดมะเร็งต่อมน้ำนมและตัวอย่างที่ได้รับผลสำเร็จในการบำบัด นอกจากนี้ เรายังควรแนะนำผู้ป่วยที่เป็น

   โรคเดียวกันและมองโลกในแง่ดีให้รู้จักซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้มะเร็งกันและสร้างความมั่นใจในการต่อสู้โรคมะเร็งด้วย

4พยาบาลเอาใจใส่ผู้ป่วยด้วยความเห็นอกเห็นใจ ความรับผิดชอบ ความจริงใจและความ เข้าใกล้ผู้ป่วยอย่างตั้งใจเพื่อให้กำลังใจผู้ป่วยและให้ผู้ป่วยระบายความเจ็บปวดในใจ

5พยาบาลควรรับทราบประวัติโรค วิธีการบำบัดและการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของผู้ป่วย อธิบายความรู้เกี่ยวกับโรคและยา เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจวิธีการบำบัดอย่างถูกต้อง ในขณะเดียวกัน พยาบาลยังต้องช่วยผู้ป่วยให้เข้ากับสภาพความเป็นจริง

  เพื่อให้ผู้ป่วยไปรักษาโรคอย่างแข็งขัน

6พยาบาลต้องคงความสงบเงียบ ความสะอาดและความเป็นระเบียบของห้องพักผู้ป่วย กระตุ้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบำบัดด้วยสภาพแวดล้อมที่สบายใจและแข็งขันและหลีกเลี่ยงปัจจัยไม่ดีที่อาจจะ

  สะกิดใจผู้ป่วย

7พยาบาลต้องเข้าใจจิตใจของผู้ป่วยที่เกิดผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดอย่างมีระเบียบ ระวังคำพูดต่อผู้ป่วย อธิบายความรู้ของยาที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ป่วย ให้คำชี้นำในด้านอาหาร เพื่ออบรมการใช้ชีวิตที่ดีของผู้ป่วย และให้ผู้ป่วยบรรลุผลการบำบัด 

 ที่ดีที่สุด


คำหลัก: มะเร็งต่อมน้ำนม,การพยาบาลมะเร็งต่อมน้ำนมทางจิตวิทยา

ติดตามข้อมูลข่าวสารและเกร็ดความรู้ดีๆจากเราได้ที่

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

02-645-2799 , 02-645-2499 , 082-799-2888 , 095-680-5019

*หมายเหตุ : ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

  • LINE:MODERNCANCER
  • TEL:02-645-2799
  • TEL:02-645-2499
  • TEL:082-799-2888
  • TEL:095-680-5019
ติดต่อเรา
คำถามที่พบบ่อย
เข้าร่วมงานสัมมนา

*ประกาศ : การผ่าตัดจะให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างดีต่อมะเร็งระยะแรก ที่เป็นมะเร็งชนิดเป็นก้อน (Solid Tumor) แต่อาจจะไม่เหมาะในการใช้กับมะเร็งระยะสุดท้าย สำหรับผู้ป่วยระยะกลาง ไปจนถึงระยะสุดท้ายที่มีภูมิต้านทานในร่างกายต่ำ เทคโนโลยีแบบบาดแผลเล็ก บูรณาการร่วมกับการคีโมและการฉายแสง จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น