Wap

มะเร็งกระเพาะอาหาร

โรคมะเร็งกระเพาะอาหารคืออะไร?

โรคมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณกระเพาะอาหาร ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเยื่อเมือกบุผิวชั้นนอกสุดของผนังกระเพาะอาหาร และสามารถเกิดได้กับทุกส่วนของกระเพาะอาหาร ( เกิดมากที่สุดบริเวณโพรงกระเพาะอาหารและปากส่วนปลายกระเพาะอาหาร รองลงมาคือเกิดขึ้นที่บริเวณปลายกระเพาะอาหารและบริเวณที่ติดกับหลอดอาหาร ในกระเพาะอาหารค่อนข้างน้อย ) และสามารถลุกลามเข้าไปในผนังกระเพาะในระดับความลึกและความกว้างที่แตกต่างกัน

อัตราการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารสูงแค่ไหน

อัตราการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารของทั่วโลกอยูที่ 17.6/100000 ต่อปี ในประเทศญี่ปุ่น เดนมาร์กเป็นต้น จะมีอัตราการเกิดโรคค่อนข้างสูง แต่สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียมีอัตราการเกิดโรคค่อนข้างต่ำ โดยจะเกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ประมาณ 3 ต่อ 1 อัตราการเกิดโรคจะสูงในคนอายุ 50 - 60 ปี

มะเร็งกระเพาะอาหาร

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง

๑ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม : อัตราการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารในแต่ละประเทศและแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน

๒ ปัจจัยด้านอาหารการกิน : การรับประทานธัญญาหารที่ขึ้นรา อาหารหมัก ผักดอง รวมทั้งปลาเค็มมาเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งรับประทานเกลือมากเกินไป ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้

๓ ปัจจัยด้านพันธุกรรม : การสำรวจทางระบาดวิทยาพบว่า การเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมีแนวโน้มเกี่ยวพันกับพันธุกรรมทางครอบครัว

๔ ปัจจัยด้านภูมิคุ้มกัน : คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำจะมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารค่อนข้างสูง


อาการเตือนล่วงหน้าของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมีอะไรบ้าง

๑ ปวดท้อง : เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เริ่มแรกจะมีอาการปวดท้องเป็นเป็นพักๆ ซึ่งมักจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือเป็นแผล เป็นต้น

๒ รู้สึกไม่สบายท้องส่วนบน : ส่วนใหญ่จะรู้สึกแน่นท้องหรือร้อนท้อง สามารถทำให้บรรเทาลงชั่วคราว แต่อีกไม่นานก็กลับมาเป็นใหม่

๓ อยากอาหารน้อยลง เรอ : หลังรับประทานอาหารจะรู้สึกแน่นท้องและจำกัดการรับประทานอาหารเอง เรออยู่บ่อยครั้ง

๔ ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำหรือการตรวจพบเลือดในอุจจาระ : หากไม่ได้รับประทานเต้าหู้เลือดและยาบิสมัท (Bismuth) เป็นต้น แต่มีการถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ ควรรีบไปตรวจที่โรงพยาบาลทันที

๕ มีอาการอ่อนเพลีย ซูบผอม และโลหิตจาง : เป็นอาการที่พบบ่อยของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เนื่องจากความอยากอาหารลดลง ทางเดินอาหารมีการเสียเลือด มีอาการอ่อนเพลีย อ่อนแอ เป็นต้น

อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร

การวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารทำได้อย่างไร

๑ การตรวจสุขภาพ

๒ การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

๓ การตรวจโดยใช้ภาพถ่ายทางการแพทย์

(๑) การเอกซเรย์กลืนแป้งตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนต้น

(๒) การตรวจ CT Scan ( การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ )

(๓) การตรวจ MRI ( เครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า )

(๔) PET-CT Scan

(๕) การตรวจอัลตราซาวด์

๔ การส่องกล้องตรวจภายใน

(๑) การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร ( Gastroscope )

(๒) การส่องกล้องตรวจช่องท้อง ( Laparoscopy )


วิธีการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหารแบบดั้งเดิมมีอะไรบ้าง

๑ การรักษาด้วยการผ่าตัด : เป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรกและระยะกลาง และเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ

๒ การรักษาด้วยเคมีบำบัด : การรักษาด้วยเคมีบำบัดสามารถใช้เป็นการรักษาเสริมหลังการผ่าตัดได้ เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่ยังเหลืออยู่ในร่างกาย สามารถใช้ก่อนการผ่าตัดและระหว่างการผ่าตัด เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง และเพิ่มอัตราการประสบความสำเร็จในการผ่าตัดได้

๓ การรักษาด้วยการฉายรังสี : วิธีนี้สามารถใช้ก่อนการผ่าตัดและระหว่างการผ่าตัด เพื่อยกระดับอัตราการกำจัดเซลล์มะเร็งและผลที่คาดหวังไว้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การฉายรังสียังสามารถใช้บรรเทาอาการและยืดอายุของผู้ป่วยได้


การวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะอาหาร

การรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหารแบบแพทย์แผนจีน

หลังผ่านการค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์จีนมานานหลายปี การรักษาแบบแพทย์แผนจีนนั้นมีประสิทธิภาพในการปรับสมดุลของร่างกายและช่วยในการต้านมะเร็ง หากบูรณาการข้อดีของการแพทย์แผนจีนกับแพทย์แผนปัจจุบันเข้าด้วยกัน จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษามากกว่าการรักษาด้วยวิธีเดียว “การรักษาแบบบูรณาการแพทย์แผนจีนกับแพทย์แผนปัจจุบัน” สามารถรักษามะเร็งกระเพาะอาหารผ่านหลายรูปแบบ เช่น การให้ยาจีนทางหลอดเลือดแดงอย่างต่อเนื่อง การฉีดยาจีนตรงตำแหน่งฝังเข็ม เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นรูปแบบการรักษามะเร็งแบบบูรณาการในระดับแถวหน้า

ในขั้นตอนการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหารทุกขั้นตอน สามารถใช้การรักษาแบบแพทย์แผนจีนประกอบได้จนถึงขั้นตอนสุดท้าย ข้อดีของการรักษาโดยบูรณาการแพทย์แผนจีนกับแพทย์แผนปัจจุบันนั้นมีอยู่มากมาย อาศัยรูปแบบการรับประทานยาจีนและการให้ยาจีนทางหลอดเลือดแดง สามารถชดเชยในส่วนที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถทำได้เพียงพอ สามารถป้องกันและลดผลข้างเคียงที่เกิดจากการให้เคมีบำบัดและการฉายรังสี และยังสามารถป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งกลับมาเกิดซ้ำหลังการผ่าตัดและลุกลาม อีกทั้งยังมีจุดเด่นคือช่วยยืดอายุของผู้ป่วย ขณะเดียวกันก็ยกระดับคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นอีกด้วย

การรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร

หลักการรับประทานอาหารหลังการผ่าตัดมีอะไรบ้าง

๑ รับประทานอาหารมื้อละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง

๒ รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง อาหารที่ย่อยง่าย ได้แก่ ข้าวต้ม ซุปไข่ ซุปผัก นม เป็นต้น

๓ รับประทานของหวานและอาหารที่มีไขมันสูงให้น้อยลง

๔ ห้ามรับประทานของเย็นหรืออาหารที่ร้อนเกินไป และห้ามรับประทานเครื่องปรุงรสเผ็ด ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้น เช่น สุรา ชา เป็นต้น

๕ ป้องกันโรคโลหิตจาง โดยสามารถรับประทานเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา กุ้ง ตับของสัตว์ และพุทรา เป็นต้น อย่างเหมาะสม

๖ สำหรับอาหารที่ย่อยยาก ควรเคี้ยวให้ละเอียดและกลืนช้าๆ


ที่อยู่:
เลขที่90 อาคารไซเบอร์เวิร์ลดทาวเวอร์ ชั้น 5 ห้องR5128-5129 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
เบอร์โทรศัพท์:
02-645-2799 , 082-799-2888
เว็บไซด์:
http://www.moderncancerthai.com
E-mail:
modernhospital.th@gmail.com