02-645-2799  02-645-2499  082-799-2888  095-680-5019

6 ขั้นตอนในการรักษาด้วยยาคีโมที่ทุกข์ทรมาน การรักษาแบบบูรณาการที่ประเทศจีนทำให้ฉันสามารถต่อสู้กับมะเร็งเต้านมได้

 WONG SOOK KWAN ในขณะที่รักษาตัวอยู่ที่รพ.

  เดือนเมษายน พ.ศ.2560 WONG SOOK KWAN คลำพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านมขวาขณะที่เธอกำลังอาบน้ำ แต่ในขณะนั้นเธอกลับคิดว่าอาจจะเป็นเพราะผลของฮอร์โมนจากประจำเดือน ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก เธอจึงคอยสังเกตุอาการของเต้านมตัวเองเป็นระยะเวลา 2 เดือน จนกระทั่งเดือนมิถุนายน เธอกลับพบว่าก้อนเนื้อที่พบยังคงอยู่ อีกทั้งยังมีอาการปวดบวมบริเวณเต้านม จนเธอต้องเดินทางไปยังรพ.ใกล้บ้านเพื่อทำการเจาะเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ หลังจากที่ทำการเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจแล้วผลปรากฎว่าเธอเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 แพทย์ที่มาเลเซียแนะนำให้เธอทำการผ่าตัดแบบรักษาเต้านมพร้อมทั้งให้คีโม แต่เธอได้ยินมาว่าการให้ยาคีโมนั้นผู้ป่วยจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมาก ตอนนั้นเธอมีความกังวลและหวาดกลัวเป็นอย่างมากจึงเลือกปฏิเสธที่จะรักษาด้วยการให้ยาคีโม เธอจึงเริ่มมองหาช่องทางการรักษาโดยใช้วิธีแบบแพทย์แผนจีน และทานยาสมุนไพรจีนเป็นเวลาถึง 3 เดือน ผลปรากฎว่าขนาดของก้อนเนื้อไม่สามารถควบคุมได้ อีกทั้งกลับมีการขยายขนาดที่ใหญ่เพิ่มมากขึ้นจากเดิมจึงถึง 10 ซม. จากมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 กลายเป็นระยะที่ 3

  เดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 WONG SOOK KWAN จึงเริ่มให้การรักษาด้วยการให้คีโมที่มาเลเซีย และเธอได้กล่าวอีกว่า“ในระหว่างที่ให้ยาคีโมเป็นอะไรที่ทรมานมาก ผลจากการให้ยาคีโม มันทำให้เหงือกของฉันเริ่มบวมและมีอาการปวดอย่างรุนแรง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงไม่สามารถลุกเดินได้ มีเลือดออกบริเวณลำไส้ นอกจากนี้ที่มาเลเซียหลังจากที่ให้คีโมผ่านไปแล้ว แพทย์ไม่ได้มีการบอกกับผู้ป่วยว่าต้องจัดการกับอาการเจ็บปวดเหล่านี้แต่อย่างใด ผู้ป่วยทำได้เพียงแค่อดทนต่อความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นเท่านั้น” หลังจากที่ WONG SOOK KWAN ผ่านการรักษาด้วยการให้ยาคีโมไปแล้ว 6 ครั้ง ก้อนเนื้อตรงบริเวณเต้านมมีขนาดเล็กลงจริง แต่ทว่าหากหยุดการรักษาก้อนเนื้อก็กลับมาโตขึ้นอีกครั้ง จนมีการลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ จึงทำให้ WONG SOOK KWAN เริ่มมองหาแนวทางการรักษาใหม่ที่มีประสิทธิภาพและผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยอีกครั้ง

 จากคำแนะนำของเพื่อนจึงทำให้ WONG SOOK KWAN ได้รู้จักกับสำนักงานของรพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวSt.Danfu ที่ประจำอยู่ที่มาเลเซีย โดยได้เดินทางไปขอคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญที่ประจำอยู่ที่สำนักงานในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมีศาสตรจารณ์ Xu Haitao แนะนำเทคนิคการรักษาด้วยวิธีแบบบาดแผลเล็กของรพ.ให้เธอฟัง จึงทำให้เธอได้ทำความเข้าใจระหว่างความแตกต่างของการรักษาแบบบาดแผลเล็กและการรักษาในแบบดั่งเดิมมากขึ้น

  WONG SOOK KWAN ยังกล่าวอีกว่า “ศาสตราจารณ์ Xu ได้มีการอธิบายเกี่ยวกับขันตอนของการรักษาด้วยเทคนิคแบบเฉพาะจุดว่าจะฉีดยาเข้าไปยังก้อนเนื้อโดยตรงโดยผ่านทางเส้นเลือดแดง ซึ่งมีความแม่นยำและตรงจุดในการทำลายเซลล์มะเร็ง ผลข้างเคียงจากการรักษาที่น้อยมาก ตัวยามีความเข็มข้นมากกว่าการให้ยาคีโมแบบทั่วร่างกายสูงถึง 2-8 เท่า ตัวยาตรงจุด เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ซึ่งต่างจากการรักษาแบบให้คีโมทั่วร่างกายที่ให้ตัวยาผ่านทางเส้นเลือดดำและมีการกระจายของตัวยาไปทั่วร่างกาย ทำให้ฤทธิ์ของตัวยามีค่อนข้างต่ำและในขณะที่ตัวยาเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งก็มีการทำลายเซลล์ที่ดีในร่างกายไปพร้อมกันด้วย ทั้งยังทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจนทำให้เกิดภาวะผลข้างเคียงจากการรักษาสูงมากและไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อได้อีกด้วย” หลังจากที่ WONG SOOK KWAN ได้ทำความเข้าใจในการรักษาแบบเฉพาะจุดแล้วนั้นเธอจึงตัดสินใจเดินทางมารักษาตัวที่เมืองกว่างโจว

WONG SOOK KWAN หลังจากที่ได้รับการรักษาจากรพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว

“ฉันเดินทางมาถึงรพ.ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561 วันถัดมาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ MDT ของรพ.เริ่มการประชุมวินิจฉัยอาการของฉันและอธิบายรายละเอียดในการรักษาต่างๆให้ฉันได้รับทราบ โดยฉันได้ทำศัลยกรรมผ่าตัดแก้ไขเต้านมและมีการปลูกถ่ายเต้านมเทียม เพื่อป้องกันเซลล์มะเร็งกลับมาเป็นซ้ำอีก นอกจากนี้ฉันยังทำการรักษาด้วยเทคนิคแบบเฉพาะจุด เทคนิคภูมิคุ้มกัน(ธรรมชาติบำบัด)และการฉายแสงควบคู่ไปด้วย นายแพทย์ พาน แพทย์ประจำตัวของฉันได้บอกกับฉันว่า การรักษาเหล่านี้จะช่วยลดอัตราการกลับมาเป็นซ้ำได้ถึง 98%”

  WONG SOOK KWAN ยังกล่าวอีกว่า“สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างรพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวSt.Dabfu กับรพ.ที่มาเลเซียคือ เทคโนโลยีด้านการรักษาของรพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวSt.Dabfu มีความทันสมัยซึ่งทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทว่ารพ.ที่มาเลเซียผู้ป่วยไม่สามารถทำอะไรได้เลยจากการที่ได้รับผลข้างเคียงจากการรักษา ผู้ป่วยจะได้รับความทรมานอย่างมาก มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วงซึ่งผู้ป่วยทำได้เพียงแค่อดทนกับอาการเหล่านั้นเท่านั้น แต่ที่รพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวSt.Dabfu ทีมแพทย์มีวิธีการมากมายหลายรูปแบบที่ช่วยผู้ป่วยขจัดความทุกข์ทรมานนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินการรักษาในขั้นต่อไปได้ ในตอนที่ฉันเดินทางมาถึงรพ.ช่วงแรกๆร่างกายของฉันอ่อนแอมากเนื่องจากการให้คีโมที่มาเลเซีย ในขั้นตอนแรกแพทย์ประจำตัวฉัน นายแพทย์ พาน ยังไม่ได้ให้ฉันทำการรักษาด้วยการใช้ยาต้านมะเร็ง แต่คุณหมอได้ใช้เทคนิคธรรมชาติบำบัดในการปรับสมดุลของร่างกายฉันให้กลับมาปกติก่อนที่จะทำการรักษาในขั้นต่อไป คุณหมอยังบอกกับฉันอีกว่า หากร่างกายของฉันแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเป็นปกติก็จะทำให้ผลการรักษาครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฉันมีความเชื่อมั่นและขอขอบคุณในแพทย์ของที่นี่ พวกเขามีความใส่ใจในตัวผู้ป่วยเป็นอย่างมาก”

  WONG SOOK KWAN ผู้ป่วยจากประเทศมาเลเซีย ถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2560 ได้ทำการรักษาด้วยการให้ยาคีโมทั่วร่างกายที่รพ.ในมาเลเซีย ซึ่งผลการรักษาไม่เป็นผลและร่างกายได้รับผลข้างเคียงจาการรักษาเป็นอย่างมาก ต่อมาในเดือนเมษายน พ.ศ. 2561 WONG SOOK KWAN จึงตัดสินใจเดินทางมารักษาตัวที่รพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวSt.Dabfu โดยได้รับการทำศัลยกรรมผ่าตัดแก้ไขเต้านม มีการปลูกถ่ายเต้านมเทียมบวกกับการรักษาด้วยเทคนิคแบบเฉพาะจุด เทคนิคภูมิคุ้มกัน(ธรรมชาติบำบัด)และการฉายแสงควบคู่ไปด้วย หลังจากการรักษาผ่านพ่นไปแล้วนั้นปัจจุบันก้อนเนื้อถูกกำจัดออกไปทั้งหมด อาการคงที่ ร่างกายฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

คำหลัก: มะเร็งเต้านม,การรักษามะเร็งเต้านม,การรักษาแบบบาดแผลเล็ก,เทคนิคแบบเฉพาะจุด,เทคนิคธรรมชาติบำบัด,การฉายแสง

ติดตามข้อมูลข่าวสารและเกร็ดความรู้ดีๆจากเราได้ที่

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

02-645-2799 , 02-645-2499 , 082-799-2888 , 095-680-5019

*หมายเหตุ : ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

  • LINE:MODERNCANCER
  • TEL:02-645-2799
  • TEL:02-645-2499
  • TEL:082-799-2888
  • TEL:095-680-5019
ติดต่อเรา
คำถามที่พบบ่อย
เข้าร่วมงานสัมมนา

*ประกาศ : การผ่าตัดจะให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างดีต่อมะเร็งระยะแรก ที่เป็นมะเร็งชนิดเป็นก้อน (Solid Tumor) แต่อาจจะไม่เหมาะในการใช้กับมะเร็งระยะสุดท้าย สำหรับผู้ป่วยระยะกลาง ไปจนถึงระยะสุดท้ายที่มีภูมิต้านทานในร่างกายต่ำ เทคโนโลยีแบบบาดแผลเล็ก บูรณาการร่วมกับการคีโมและการฉายแสง จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น