082-799-2888  02-645-2799  

ผู้ป่วยโรคมะเร็งโพรงจมูก : จากน้ำหนัก 39Kg เพิ่มขึ้นจนถึง 55Kg ภายใน 3 เดือน เขาทำได้อย่างไร?*
    โหว ปิ่งกุ้ย มาจากประเทศมาเลเซีย ได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งโพรงจมูกระยะลุกลามไปยังบริเวณข้างลำคอทั้งสองข้าง ก้อนเนื้อบริเวณโพรงจมูกทีขนาด 6*4cm ที่ลำคอด้านซ้ายขนาด 7*8cm และ ด้านขวาขนาด 13*9cm เดือนตุลาคม 2016 ได้เดินทางเข้ามายังรพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว หลังจากจบโปรแกรมแบบเฉพาะจุดแล้ว ในตอนนี้ก้อนเนื้อบริเวณโพรงจมูกก็มีขนาดเล็กลงกว่า 60% ก้อนเนื้อขนาดใหญ่บริเวณข้างลำคอทั้งสองข้างก็ไม่เหลืออีก จากน้ำหนัก 39Kg เพิ่มขึ้นจนถึง 55Kg ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันชัดเจนเหลือเกิน

  น้ำลายปนเลือด ที่แท้คือสัญญานของโรคมะเร็งโพรงจมูก

  เดือนพฤษภาคม 2014 โหว ปิ่งกุ้ยได้พบโดยบังเอิญว่าน้ำลายของเขามีเลือดปนอยู่ในนั้น ลำคอระคายเคือง เลยได้เข้าปรึกษากับแพทย์แผนกทั่วไปในประเทศ โดยขณะนั้นคุณหมอแจ้งว่าในลำคอของเขามีอาการอักเสบเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ทว่า อาการที่ว่านี้มันร้ายแรงกว่าที่คิดนัก ภรรยาของเขาก็เลยให้เขาไปตรวจอีกครั้งที่แผนกลำคอ(ENT)จากผลการตรวจ CT Scanพบว่า เขามีก้อนเนื้อร้ายเติบโตอยู่ในโพรงจมูก แต่โหว ปิ่งกุ้ยผู้มองโลกในแง่ดี ก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไรกับผลที่ออกมาในครั้งนี้ เขาบอกว่า “ในตอนที่ผมรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูก ผมไม่กลัวเลย ผมคิดว่าโรคมะเร็งก็ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร เพราะในร่างกายของคนเราก็มีเซลล์มะเร็งด้วยกันอยู่แล้วหมดทุกคน ไม่น่ากลัวหรอก การเผชิญหน้ากับโรคนี้มันต้องอาศัยสุขภาพจิตที่ดี ดังนั้นผมจึงยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยความสงบ”


มะเร็งโพรงจมูก , การดูแลมะเร็งโพรงจมูก , เทคโนโลยีแบบเฉพาะจุด , เทคโนโ,ยีแบบบาดแผลเล็ก , การดูแลโรคมะเร็ง , รพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว

  โหว ปิ่งกุ้ยขณะเพิ่งเข้ารพ.


  ดื้อดึง เชื่อมั่นความคิดของตัวเอง สภาพร่างกายยิ่งแย่ลง

  แพทย์ที่มาเลเซียแนะนำให้เขาทำคีโมทั่วร่างกาย แต่เขาก็ปฏิเสธไป เขาบอกว่า “รพ.ในมาเลเซียมีแต่การทำคีโมทั่วร่างกายธรรมดาๆ เซลล์ปกติที่แข็งแรงในร่างกายก็จะพลอยถูกทำลายลงไปด้วย ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นมันสูงนัก” ภายหลัง เข้าก็ได้ยินเพื่อนของเขาแนะนำยาตัวหนึ่งให้ฟัง ได้ยินมาว่าไม่มีผลข้างเคียงเลยแม้แต่น้อย กินเข้าไปแล้วก็จะเพิ่มภูมิคุ้มกันของตนเองให้แข็งแรงขึ้น ยานี้ก็ไม่เคยผ่านการวิจัยจากใคร พวกญาติๆเกลี้ยกล่อมให้เขาเข้าโปรแกรมแบบตะวันตก แต่ว่า โหว ปิ่งกุ้ยผู้ดื้อดึงก็ไม่ยอมฟังใคร และยังต่อว่าพี่ชายน้องชายที่เกลี้ยกล่อมเขาไปอีกยกใหญ่ คราอบครัวก็หมดหนทาง ทำได้เพียงให้เขาตัดสินใจด้วยตนเอง

  เขาอดทนกินยาติดต่อกันมานาน 1 ปี แต่ก็ไม่มีผลอะไรเลย ร่างกายผ่ายผอมลงเรื่อยๆ บริเวณลำคอทั้งสองข้างก็มีก้อนเนื้อโผล่ออกมา ขนาดก็ค่อยๆใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ การพูด การทานอาหารก็เริ่มยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ

  เมื่อทางเลือกใหม่มาถึง

  สภาพอาการที่ย่ำแย่ลง ทำให้เขาและครอบครัวทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก จนถึงช่วงเดือนตุลาคม 2016 น้องสาวของภรรยาก็ได้ไปเห็นเพจ Facebook ของรพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว ในเพจมีเรื่องราวของผู้ป่วยให้อ่านศึกษามากมาย อ่านดูแล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่เลว ก้อนเนื้อขนาดใหญ่ก็เล็กลงได้ด้วยเทคโนโลยีแบบบาดแผลเล็ก ในตอนนั้น บังเอิญว่ารพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว ได้ไปจัดกิจกรรมให้ความรู้ และ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่ประเทศมาเลเซีย น้องสาวภรรยาของเขาก็ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมฟังบรรยาย พอกลับถึงบ้านน้องสาวก็รีบสนับสนุนให้โหว ปิ่งกุ้ยไปที่รพ.นี้ แต่ก็เหมือนเดิม ที่โหว ปิ่งกุ้ยผู้ดื้อดึงจะฟังคำแนะนำของน้องง่ายๆ แต่จากที่น้องสาวได้เกลี้ยกล่อมบ่อยๆ ประกอบกับที่นึกถึงความเหนื่อยยากของภรรยาผู้เป็นที่รัก ที่ต้องดูแลบ้านทั้งบ้าน คอยปรนนิบัติเขาไม่ห่าง คอยเช็ดน้ำหนองที่ไหลออกมาบริเวณลำคอในบางครั้ง ทั้งความเหนื่อยยาก ความกดดันต่างๆที่ถาโถม เขาอยากให้ภรรยาได้พักผ่อน ได้ออกท่องเที่ยว คิดได้ดังนี้เข้าจึงยอมรับและเดินทางมายังประเทศจีนในที่สุด


มะเร็งโพรงจมูก , การดูแลมะเร็งโพรงจมูก , เทคโนโลยีแบบเฉพาะจุด , เทคโนโ,ยีแบบบาดแผลเล็ก , การดูแลโรคมะเร็ง , รพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว

  ก้อนเนื้อบริเวณข้างลำคอทั้งข้างซ้าย และ ข้างขวามีขนาดเล็กลงจนแทบจะมองไม่เห็นอีก


  ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ MDT ร่วมกันวางแผนทางการแพทย์ที่เหมาะสม

  วันที่ 13 ตุลาคม 2016 ภรรยาของโหว ปิ่งกุ้ยได้เข็นรถเข็นที่มีเขานั่งอยู่เข้าไปยังรพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว ในขณะนั้น อาการของโหว ปิ่งกุ้ยได้เข้าสู้ระยะสุดท้ายแล้ว น้ำหนักตัวเหลือเพียง 39Kg สำหรับเขาที่มีความสูงถึง 170Cm นั้น ก็เหมือนหนังหุ้มกระดูก คนทั้งคนถูกโรคร้ายรุกรานอย่างน่าสงสาร ในขณะเดียวกันก้อนเนื้อในโพรงจมูกของเขาก็มีขนาดถึง 6*4cm ลำคอด้านซ้ายมีก้อนเนื้อขนาด 7*8cm และด้านขวาขนาด 13*9cm แล้ว ไม่สามารถเดินเหินได้ การพูดและการทานอาหารก็ยากลำบากเข้าไปทุกที

  เหลียง เฟยลี่ และ หู ซีหลิ่ว แพทย์ประจำตัวของเขาได้แนะนำว่า : “สภาพร่างกายของโหว ปิ่งกุ้ยคือสารอาหารไม่เพียงพอ เขาผอมมาก เป็นสัญญาณอันตรายที่ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมักจะพบได้มาก ซึ่งน้ำหนักจะลด ร่างกายผ่ายผอมลงอย่างเห็นได้ชัด และ 10%~25% ของผู้ป่วยในกลุ่มดังกล่าวก็เสียชีวิตด้วยเหตุนี้ โดยมีสาเหตุหลักอยู่สองข้อที่ทำให้เข้าสู่สภาวะอันตรายดังกล่าว นั่นก็คือ: ก้อนเนื้อร้ายเติบโตเร็วเกินไป อีกด้านหนึ่งก็คือในผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจะรู้สึกเบื่ออาหาร บางรายก็ทานไม่ได้เลย ส่งผลให้สารอาหารที่ได้รับไม่เพียงพอ นอกจากนี้สัญญาณอันตรายเหล่านี้ ยังทำให้การเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อเสื่อมถอยลง และในขณะเดียวกัน ก็ยังไปทำลายภูมิคุ้มกันของตัวผู้ป่วยเองอีกด้วย”


มะเร็งโพรงจมูก , การดูแลมะเร็งโพรงจมูก , เทคโนโลยีแบบเฉพาะจุด , เทคโนโ,ยีแบบบาดแผลเล็ก , การดูแลโรคมะเร็ง , รพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว

  โหว ปิ่งกุ้ยในปัจจุบัน


  ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญMDT ได้วางแผนทางการแพทย์โดยอิงจากสภาพอาการของโหว ปิ่งกุ้ยเป็นหลัก หากแต่ทีมแพทย์ก็ไม่ได้เริ่มแผนการโดยทันที เดือนแรกเริ่มให้โหว ปิ่งกุ้ยปรับตัวได้ก่อน รวมถึงการให้ยาจีนและวิตามินบำรุงเสริมเข้าไป หลังจากปรับสภาพร่างกายได้แล้วโหว ปิ่งกุ้ยก็เริ่มทานได้ นอนหลับได้ดีขึ้นกว่าเดิม คอลลาเจนและภูมิคุ้มกันในร่างกายเพิ่มขึ้น พอร่างกายเริ่มดีขึ้น ค่อยเริ่มเทคโนโลยีแบบบาดแผลเล็ก ที่ผลข้างเคีงต่ำกับเขาต่อไป

  ผลลัพธ์ชัดเจน สภาพร่างกายดีขึ้น

  หลังจากได้รับเทคโนโลยีแบบเฉพาะจุด 2-3 วันแล้ว โหว ปิ่งกุ้ยก็รู้สึกได้ว่าก้อนเนื้อบริเวณลำคอมีขนาดที่เล็กลง และยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงมีความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีแบบเฉพาะจุดมากยิ่งขึ้น หลังจากจบครั้งที่ 2 ก้อนเนื้อบริเวณข้างลำคอทั้งสองก็ไม่เหลืออีกแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ชัดเจนเป็นอย่างมาก ปัจจุบัน เขาได้มายังรพ.ของเราทั้งหมด 4 ครั้งด้วยกัน พักอยู่รพ.ทั้งหมด 10 สัปดาห์ ได้เข้าโปรแกรมแบบเฉพาะจุดไปทั้งหมด 5 ครั้ง สภาพร่างกายดีขึ้นตามลำดับ น้ำหนักจาก 39Kg เพิ่มขึ้นเป็น 55Kg สภาพจิตก็ดีขึ้น ไม่ต้องนั่งรถเข็นอีกต่อไป สามารถเดินเหินได้ตามปกติ ก้อนเนื้อในโพรงจมูกเล็กลงถึง 60% ตัวเขาภายนอกก็เปลี่ยนเป็นคนร่าเริงแจ่มใส

  โหว ปิ่งกุ้ยมีความพึงพอใจต่อรพ.ฯเป็นอย่างมาก เขาเล่าอย่างตื่นเต้นว่า : “อยู่ในรพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านเลยครับ ทีมแพทย์พยาบาลที่นี่เป็นมืออาชีพ และเอาใจใส่ผู้ป่วยดีมาก สภาพแวดล้อมในรพ.ก็สะดวกสบาย เทคโนโ,ยีแบบเฉพาะจุดก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากๆ มันเป็นวิธีที่สามารถส่งตัวยาเข้าไปที่ก้อนเนื้อ เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็งให้ตายลงโดยตรง อีกทั้งยังไม่มีผลข้งเคียงใดๆอีกด้วย ผมเองก็ได้เห็นผู้ป่วยท่านอื่นที่เขามีสภาพอาการค่อนข้างแย่ตอนเข้ามาใหม่ๆ เข้าโปรแกรมของทีมแพทย์ไปประมาณ 2 ครั้ง ก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง รพ.นี้ดีจริงๆ”


มะเร็งโพรงจมูก , การดูแลมะเร็งโพรงจมูก , เทคโนโลยีแบบเฉพาะจุด , เทคโนโ,ยีแบบบาดแผลเล็ก , การดูแลโรคมะเร็ง , รพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว  

โหว ปิ่งกุ้ย และ ภรรยา ร่วมถ่ายภาพกับทีมแพทย์-พยาบาล


  นอกจากทีแพทย์และพยาบาลแล้ว โหว ปิ่งกุ้ยยังอยากขอบคุณภรรยาของเขามากที่สุด ไปจนถึงอาจารย์ชาวอินเดียท่านหนึ่ง เขาบอกว่า : ”อาจารย์ชาวอินเดียท่านนั้นของผมเหมือนเทวดาเลย เขาเฝ้าบอกผมว่ายังไงผมก็ต้องดีขึ้น มันทำให้ผมมีกำลังใจและความเชื่อมั่นในการต่อสู้โรคมะเร็งต่อไป ผมรู้สึกเหมือนว่าเขาคอยให้กำลังใจผมอยู่ข้างๆกายเสมอ ขั้นตอนทางการแพทย์ต่างๆไม่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บเลย ต้องขอบคุณเขาจริงๆ”

  เมื่อถามถึงแผนการที่เขาจะทำหลังจากออกจากรพ. โหว ปิ่งกุ้ยบอกว่าเขาได้นัดคุยเรื่องธุรกิจกับคู่ค้าที่มาเลซีย ช่วงนั้นเป็นช่วงปีใหม่พอดี ก็จะเฉลิมฉลองปีใหม่กันอย่างสนุกสนาน สังสรรค์กับครอบครัว และส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่อย่างมีความสุข ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคคลากรของรพ.ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจและยินดีกับสภาพอาการที่ดีขึ้นมากของเขาเป็นอย่างยิ่ง และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ป่วยมะเร็งท่านอื่นๆจะไม่ย่อท้อสิ้นหวัง และหาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับตัวเองได้ในที่สุด

คำหลัก: มะเร็งโพรงจมูก , การดูแลมะเร็งโพรงจมูก , เทคโนโลยีแบบเฉพาะจุด , เทคโนโ,ยีแบบบาดแผลเล็ก , การดูแลโรคมะเร็ง , รพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว

ติดตามข้อมูลข่าวสารและเกร็ดความรู้ดีๆจากเราได้ที่

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

*หมายเหตุ : ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

ติดต่อเรา
คำถามที่พบบ่อย
เข้าร่วมงานสัมมนา

*ประกาศ : การผ่าตัดจะให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างดีต่อมะเร็งระยะแรก ที่เป็นมะเร็งชนิดเป็นก้อน (Solid Tumor) แต่อาจจะไม่เหมาะในการใช้กับมะเร็งระยะสุดท้าย สำหรับผู้ป่วยระยะกลาง ไปจนถึงระยะสุดท้ายที่มีภูมิต้านทานในร่างกายต่ำ เทคโนโลยีแบบบาดแผลเล็ก บูรณาการร่วมกับการคีโมและการฉายแสง จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น