082-799-2888  02-645-2799  

มะเร็งหลังโพรงจมูกระยะที่ 3 ฉันเลือกเทคนิคแบบเฉพาะจุดในการรักษา

    ฉันชื่อ YULIANTI SETIAWAN มาจากประเทศอินโดนีเซียป่วยเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะที่ 3 ในปี พ.ศ. 2558 ฉันพบว่าก้อนเนื้อบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่คอด้านขวา ณ ตอนนั้นก้อนเนื้อมีขนาด 5cm อีกทั้งสภาพร่างกายที่แข็งแรงและคนในครอบครัวก็ไม่เคยมีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็ง ดังนั้นฉันและคนในครอบครัวจึงไม่คิดว่าตนจะป่วยเป็นโรคนี้

คุณ YULIANTI SETIAWAN

  ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอโต สุดท้ายกลายเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะที่ 3

  ฉันได้ทำการตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมื่อง Bandung แต่ผลการตรวจกลับไม่ปรากฎอาการผิดปกติใดๆ ดังนั้นแพทย์จึงได้ทำการผ่าตัดก้อนเนื้อบริเวณคอด้านขวาทิ้งไป ตนคิดว่าหลังการผ่าตัดผ่านพ้นไปแล้วอาการคงจะกลับมาเป็นปกติดังเดิม แต่ใครจะรู้ว่ามันเป็นเพียงก้าวแรกของการเริ่มต้น

  ช่วงต้นปี พ.ศ. 2560 ฉันกลับพบอีกว่ามีก้อนเนื้อขนาด 2cm บริเวณต่อมน้ำเหลืองที่คอด้านซ้าย และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น จากนั้นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 ฉันเริ่มไม่มั่นใจในผลการตรวจครั้งก่อนที่เคยตรวจ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมือง Bandung จึงตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ ที่โรงพยาบาลในสิงคโปร์ฉันได้ทำการเจาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอด้านซ้ายไปตรวจ แต่กลับไม่พบเซลล์มะเร็งที่ผิดปกติ ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เธอต้องตกใจไปกว่านั้นก็คือ นอกจากพบก้อนเนื้อบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่คอซ้ายนั้น เธอยังพบของเหลวภายในโพรงจมูก จนกระทั่ง วันที่ 26 มิถุนายน 2561 ฉันได้เดินทางไปยังแผนก หู คอ จมูกของโรงพยาบาล Siloam ในกรุงจากาต้าเพื่อทำการตรวจอีกครั้ง และผลการตรวจระบุว่าเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะที่ 3

  ถึงแม้ว่า ณ ตอนนั้นฉันจะแอบคิดในใจว่าอาการที่พบอาจเป็นสัญญาณของโรคร้าย แต่กระนั้นเมื่อได้ยินผลการตรวจจากปากของแพทย์ก็ทำให้ฉันอดเสียใจไม่ได้ สำหรับโรคมะเร็งแล้วเท่าที่ฉันทราบมาว่าการรักษาด้วยการให้ยาคีโมแบบทั่วร่างกายและการฉายแสงล้วนแต่ไม่ใช่วิธีการรักษาที่ดีที่สุด เพราะผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานจากผลข้างเคียงของการรักษา อาทิ อาการเจ็บปวด ผมร่วง เหนื่อยง่ายไม่กระปี๋กระเปร่า ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำเป็นต้น ดังนั้นเมื่อแพทย์แนะนำให้ฉันรีบทำการรักษาโดยการให้ยาคีโมทั่วร่างกายนั้นฉันจึงรีบปฏิเสธทันที

คุณ YULIANTI SETIAWAN และแพทย์ประจำตัว

  ผู้รอดชีวิตจากมะเร็งหลังโพรงจมูกจะจุดประกายความหวังในชีวิตของฉัน

  โชคดีที่ว่าลูกสาวของเธอได้ลองค้นหาข้อมูลการรักษาผ่านทาง Google จนได้มาเจอกับโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวSt.Danfu และได้ศึกษาข้อมูลด้านการรักษาของโรงพยาบาลแห่งนี้นอกจากรักษาด้วยการฉายแสงและให้ยาคีโมแล้วนั้น ที่นั้นยังได้นำเทคนิคแบบบูรณาการบาดแผลเล็กมาใช้ในการรักษาอีกด้วย เหตุนี้จึงทำให้ฉันและคนในครอบครัวมุ่งหน้าสู้สำนักงานของโรงพยาบาลที่อยู่ในเมืองจากาต้าทันที

  จากการที่ได้รับชมวีดีโอและรูปภาพต่างๆของคนไข้ท่านอื่นๆที่เคยเดินทางไปรักษายังที่นี่ ทำให้ฉันได้รับรู้ว่ายังมีผู้ป่วยอีกมากมายที่มีอาการหนักกว่าที่ฉันเป็น ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นล้วนแต่ได้รับการรักษาด้วยเทคนิคแบบบูรณาการบาดแผลเล็กด้วยกันทั้งนั้น ผู้ป่วยบางรายก็โชคดีสามารถมีชีวิตอยู่ได้เกิน 8 ปี และนี้จึงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ฉันกลับมามีความหวังอีกครั้ง

  เทคนิคแบบเฉพาะจุด + เทคนิคธรรมชาติบำบัดทำให้ฉันสามารถต่อสู้กับมะเร็งหลังโพรงจมูกได้

  วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 ฉันพร้อมด้วยครอบครัวได้เดินทางมายังโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว เพราะสำนักงานของโรงพยาบาลที่กรุงจากาต้ามีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยได้แนะนำฉันให้รู้จักกับการรักษาแบบบูรณาการบาดแผลเล็ก ดังนั้นถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันอาจไม่รู้จักและไม่เคยทำความเข้าใจในการรักษาในลํกษณะนี้มาก่อน แต่ฉันก็เชื่อมั่นไว้ว่างใจในตัวของแพทย์และเทคนิคการรักษาของที่นี่

  โรงพยาบาลแห่งนี้มีความแตกต่างจากโรงพยาบาลที่อินโดนีเซียและสิงคโปร์ เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็งของที่นี่มาจากการรวบรวมทีมแพทย์ในแต่ละสาขาเข้าด้วยกันจนกลายเป็นทีมแพทย์ MDT พวกเขาจะรีบดำเนินการในเรื่องของการตรวจร่างกายของผู้ป่วยทันทีที่เดินทางมาถึง จากนั้นจะร่วมกันระดมผลการวินิจฉัยและร่วมกันสรุปแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้ป่วย ซึ่งสำหรับตัวฉันที่มแพทย์ได้ลงมติให้ใช้เทคนิคแบบเฉพาะจุด + เทคนิคธรรมชาติบำบัดในการรักษาอาการโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกที่ฉันต้องเผชิญอยู่

คุณ YULIANTI SETIAWAN พร้อมด้วยบุคลากรของรพ.

  และก็เป็นไปตามที่ผู้ป่วยท่านอื่นๆเคยบอกกับฉันไว้ ว่าการรักษาแบบบูรณาการบาดแผลเล็กไม่เหมือนกับการรักษาด้วยการให้ยาคีโมแบบทั่วๆไป ในขั้นตอนเข้ารับการรักษาฉันไม่พบอาการใดๆที่เกิดขึ้นจากผลของการรักษา ในทุกๆครั้งของการรักษาจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 30 – 45 นาที อีกทั้งหลังการรักษาผ่านพ้นไป 24 ชั่วโมงแล้วฉันก็สามารถลุกขึ้นลงจากเตียงทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ และสิ่งที่ทำให้ฉันอัศจรรย์ใจมากยิ่งขึ้นคือ ในการรักษาด้วยเทคนิคแบบเฉพาะจุดผ่านไปแล้ว 3 ครั้ง ฉันสามารถรับรู้ได้ถึงสภาพร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้อย่างชัดเจน ก้อนเนื้อบริเวณคอเล็กลง และผลการตรวจ CT สแกนครั้งล่าสุดออกมาว่าไม่พบเซลล์มะเร็งบริเวณลำคอทั้งสองข้างของฉัน หลังจากนี้จำเป็นต้องกลับมาตรวจร่างกายซ้ำตามกำหนดที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

  การต่อสู้และรักษาโรคมะเร็งร้ายนั้นถือเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานที่ต้องฝ่าฟัน ขอแค่เพียงไม่ย่อท้อหรือยอมแพ้มีความเชื่อมั่นและต่อสู้กับมันให้ถึงที่สุดนี่คือคติที่ค่อยเตือนใจฉันเสมอ และยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ป่วยท่านอื่นๆจะพบเจอความโชคดีเช่นฉัน รีบต่อสู้โรคมะเร็งร้ายและกลับมามีร่างกายที่แข็งแรงอีกครั้ง พวกเราจะต่อสู้ไปด้วยกัน

  การป้องกันและการรักษาโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก อาการเบื้องต้นเหล่านี้ที่ควรระวัง

  ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งของโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวSt.Danfu ระบุว่า อาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกในระยะแรกมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน จึงทำให้ง่ายต่อการวินิจฉัยที่ผิดพลาด แต่ทว่าอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะแรกมีมากกว่าผู้ป่วยในระยะกลางและระยะสุดท้าย หากพบอาการต่อไปนี้ให้รีบสันนิษฐานว่าอาจเป็นอาการของมะเร็งหลังโพรงจมูก :

  1.ก้อนเนื้องอก : อาการกว่า 80% จะพบว่ามีก้อนเนื้องอกบริเวณที่ลำคอและต่อมน้ำเหลืองเพราะเซลล์มะเร็งที่เกิดทำให้ลำคอบวม

  2.จมูก : มีเลือดออก คัดจมูกหายใจไม่สะดวก การหลั่งของน้ำมูกมีปริมาณมากผิดปกติ มีเลือดปนในน้ำลาย

  3.หู : มีอาการหูดับไม่ได้ยินเสียง ปวด หูอื้อ มีของเหลวไหลออกมา

คำหลัก: มะเร็งหลังโพรงจมูก,การรักษามะเร็งหลังโพรงจมูก,การผ่าตัด,ยาคีโม,เทคนิคแบบเฉพาะจุด,เทคนิคธรรมชาติบำบัด,โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวSt.Danfu

ติดตามข้อมูลข่าวสารและเกร็ดความรู้ดีๆจากเราได้ที่

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

*หมายเหตุ : ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

ติดต่อเรา
คำถามที่พบบ่อย
เข้าร่วมงานสัมมนา

*ประกาศ : การผ่าตัดจะให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างดีต่อมะเร็งระยะแรก ที่เป็นมะเร็งชนิดเป็นก้อน (Solid Tumor) แต่อาจจะไม่เหมาะในการใช้กับมะเร็งระยะสุดท้าย สำหรับผู้ป่วยระยะกลาง ไปจนถึงระยะสุดท้ายที่มีภูมิต้านทานในร่างกายต่ำ เทคโนโลยีแบบบาดแผลเล็ก บูรณาการร่วมกับการคีโมและการฉายแสง จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น