กลิ่นหอมของบ๊ะจ่างส่งผ่านความคิดถึงบ้านเกิด น้ำใจเมตตาช่วยพ้นผ่านช่วงเวลายากลำบาก_เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง อันอบอุ่นของจาง หรงฝู่ ชาวจีนโพ้นทะเลเชื้อสายอินโดนีเซีย ที่ “โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่”
วันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2026 ริมแม่น้ำจูเจียง เสียงกลองดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า เรือมังกรแข่งขันกันอย่างคึกคัก
จาง หลงฝู่ ชาวจีนโพ้นทะเลเชื้อสายอินโดนีเซีย อายุ 68 ปี ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ทอดสายตามองเรือมังกรที่กำลังพายอย่างสุดกำลังบนผิวน้ำเป็นเวลานาน ในวินาทีที่เรือมังกรแล่นผ่านแม่น้ำจูเจียง จาง หลงฝู่ก็พลันนึกถึงพ่อของเขาที่จากไปหลายปีแล้ว.
เมื่อครั้งที่พ่อยังหนุ่ม เขาจากมณฑลกวางตุ้งเดินทางลงสู่หนานหยาง (ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และลงหลักปักฐานใช้ชีวิตทั้งชีวิตในอินโดนีเซีย ในยุคนั้นการคมนาคมไม่สะดวก การได้กลับบ้านเกิดจึงเป็นเพียงความฝันอันไกลเกินเอื้อม
เกี่ยวกับความทรงจำของบ้านเกิด พ่อทำได้เพียงเล่าผ่านคำบอกเล่าให้ลูก ๆ ฟัง — เรือมังกรในเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง กลิ่นหอมของบ๊ะจ่างริมถนน ควันธูปในศาลบรรพบุรุษ รวมถึงเสียงผู้คนอันคึกคักสองฝั่งแม่น้ำจูเจียง
เมื่อครั้งที่จาง หลงฝู่ยังเด็ก เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพ่อถึงเอาแต่พูดถึงเรื่องเหล่านี้อยู่เสมอ
จนกระทั่งครั้งนี้ เมื่อได้ยืนอยู่ริมแม่น้ำจูเจียงจริง ๆ มองดูเรือมังกรฝ่าคลื่นแล่นไปข้างหน้า เขาจึงเพิ่งเข้าใจขึ้นมาทันทีว่า สิ่งนั้นไม่ใช่เพียงการแข่งขันครั้งหนึ่ง หากแต่เป็นรากเหง้าที่ชาวจีนรุ่นแล้วรุ่นเล่ายึดเหนี่ยวไว้ในหัวใจโดยไม่เคยตัดขาด
และสิ่งที่ทำให้เขาได้เดินทางตามหารากเหง้าครั้งนี้ ซึ่งทอดยาวข้ามกว่าครึ่งศตวรรษ กลับเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขากำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างยากลำบากที่สุด

ความคิดถึงบ้านเกิด: ความทรงจำในเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างของชาวจีนโพ้นทะเลเชื้อสายอินโดนีเซียคนหนึ่ง
จาง หลงฝู่ เกิดและเติบโตที่เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อครั้งยังเด็ก ทุกครั้งที่ถึงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง แม่มักจะแช่ข้าวเหนียวเตรียมไว้ล่วงหน้า ส่วนพ่อจะจัดโต๊ะบูชาเพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษ
สมาชิกในครอบครัวนั่งล้อมวงห่อบ๊ะจ่างและเล่าเรื่องราวของชวีหยวน นั่นคือความทรงจำที่อบอุ่นที่สุดในวัยเด็กของเขา
เนื่องจากเหตุผลทางประวัติศาสตร์ การศึกษาภาษาจีนของเขาจึงต้องหยุดชะงักตั้งแต่อายุยังน้อย แต่พี่ชายคนโตยังคงยืนหยัดสอนเขาอ่านตัวอักษรและเรียนภาษาจีนทุกคืนใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าด
จากคำว่า “สวัสดี” สู่ “เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง” จากคำว่า “บ้านเกิด” สู่ “ความคิดถึง” ตัวอักษรจีนเรียบง่ายเหล่านั้นอยู่เคียงข้างเขาเติบโต และทำให้เขาจดจำได้เสมอว่ารากเหง้าของตัวเองอยู่ที่ใด ปัจจุบันเขามักยิ้มและโบกมือปฏิเสธ พร้อมบอกว่าตนเองรู้เพียงคำศัพท์ภาษาจีนที่ใช้ในชีวิตประจำวันเล็กน้อย
แต่เพียงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้เอง ที่ทำให้เขาหลังจากผ่านไปกว่าหกสิบปี ณ โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว ยังคงเข้าใจได้เมื่อพยาบาลถามว่า “กินข้าวแล้วหรือยัง” และยังสามารถเอ่ยคำว่า “เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ขอให้สุขภาพแข็งแรง” ได้ด้วยตัวเอง
ในวันเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างวันนี้ สมาชิกในครอบครัวนั่งล้อมวงด้วยกัน เมื่อแกะใบห่อบ๊ะจ่าง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็ลอยมาแตะใบหน้า
นั่นคือความทรงจำด้านรสชาติที่ลึกซึ้งที่สุดในวัยเด็กของเขา ในเวลานั้นเขารู้เพียงว่ามันคือความอร่อยที่เกิดขึ้นปีละครั้ง แต่เมื่อเติบโตขึ้นจึงเข้าใจว่า — บ๊ะจ่างแต่ละลูกล้วนห่อหุ้มเรื่องราวการพลัดถิ่นของบรรพบุรุษที่เดินทางลงสู่หนานหยาง รวมถึงความผูกพันเงียบ ๆ ที่มีต่อแผ่นดินบ้านเกิด
ทุกวันนี้กลิ่นหอมของบ๊ะจ่างยังคงเหมือนเดิม แต่คนในอดีตได้จากไปไกลแล้ว เหลือเพียงความคิดถึงบ้านเกิดนั้น ที่ยังคงสืบทอดต่อไปจากรุ่นสู่รุ่นผ่านปลายลิ้น
ต่อมา เขาได้เปิดร้านแว่นตา ใช้ชีวิตอย่างสงบและเต็มไปด้วยความหมาย เขาเคยคิดว่าชีวิตคงจะดำเนินต่อไปเช่นนี้เรื่อย ๆ จนกระทั่งโรคร้ายมาเยือนอย่างเงียบ ๆ

ความเจ็บป่วย: จากการละเลยอาการ จนถึงมะเร็งต่อมลูกหมากแพร่กระจายไปยังกระดูก
ในปี ค.ศ. 2023 จาง หลงฝู่เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลในท้องถิ่นเนื่องจากมีอาการปัสสาวะติดขัด และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยมีคะแนน Gleason สูงถึง 9 คะแนน
จัดอยู่ในกลุ่มมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดร้ายแรงที่มีความเสี่ยงสูง ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ เซลล์มะเร็งได้ลุกลามเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะอย่างกว้างขวางแล้ว
เขาเข้ารับการผ่าตัดผ่านทางท่อปัสสาวะและการรักษาด้วยฮอร์โมนในระยะสั้นที่อินโดนีเซีย หลังจากนั้นเนื่องจากรู้สึกว่า “ร่างกายเป็นปกติ” เขาจึงค่อย ๆ ลดความระมัดระวังลง และไม่ได้กลับมาตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ เขายังคงปีนเขาและทำงานตามปกติ โดยคิดว่าตัวเองไม่แตกต่างจากคนที่มีสุขภาพแข็งแรง
แต่เซลล์มะเร็งยังคงไม่ได้หยุดการเจริญเติบโต
ในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2026 เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายบริเวณสะโพกด้านซ้าย คิดว่าเป็นเพียงกล้ามเนื้อบาดเจ็บ จึงเข้ารับการทำกายภาพบำบัด แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น
ภรรยาของเขาแนะนำให้เขาไปตรวจอีกครั้ง ผลตรวจ MRI บริเวณเอวและกระเบนเหน็บออกมา: พบการแพร่กระจายไปยังกระดูก การรักษาที่เคยหยุดชะงักไปเพราะความละเลยในอดีต ทำให้เซลล์มะเร็งมีโอกาสลุกลาม
จาง หลงฝู่นึกถึงคำพูดที่พ่อมักพูดในช่วงบั้นปลายชีวิตว่า “คนเราอย่าลืมรากเหง้าของตัวเอง และอย่าลืมสัญญาณที่ร่างกายส่งออกมา” เขาเริ่มเสียใจกับความประมาทและการมองข้ามของตนเองในตอนนั้น
โชคดีที่ก่อนหน้านี้ ภรรยาของเขาได้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ได้เข้าร่วมการบรรยายเกี่ยวกับการต่อต้านมะเร็งที่จัดโดยศูนย์บริการนานาชาติสุราบายา และได้เก็บข้อมูลติดต่อไว้
จากนั้นพวกเขาได้ติดต่อศูนย์บริการนานาชาติสุราบายา และเข้ารับการปรึกษาทางวิดีโอระยะไกลกับคุณหมออู๋ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาแบบแผลเล็ก หลังจากคุณหมออู๋ดูผลตรวจของเขาแล้ว ได้บอกว่า การแพร่กระจายของมะเร็งไปยังกระดูกจำเป็นต้องได้รับการจัดการโดยเร็ว ไม่สามารถปล่อยให้ล่าช้าอีกต่อไปได้
ตอนนั้นใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว ผมคิดว่าจะรอให้ผ่านปีใหม่จีนก่อนแล้วค่อยมา แต่คุณหมออู๋บอกว่า รออีกไม่ได้แล้ว” จาง หลงฝู่เล่าย้อนความ
ด้วยความช่วยเหลือจากศูนย์บริการนานาชาติสุราบายา เขาดำเนินการทำวีซ่าได้อย่างรวดเร็วและเดินทางมาถึงกว่างโจว โรงพยาบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปรับที่สนามบินไป๋หยุน — สำหรับชาวจีนโพ้นทะเลเชื้อสายอินโดนีเซียที่เดินทางมากว่างโจว ประเทศจีนเป็นครั้งแรก การต้อนรับไปรับครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจ
การเยียวยาไม่ได้หมายถึงเพียงการที่ก้อนเนื้องอกมีขนาดเล็กลงเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการฟื้นคืนของทั้งร่างกายและจิตใจ
หลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ผลตรวจพบว่าค่า PSA ของ จางหลงฝู่ เพิ่มขึ้นจาก 12 ng/mL ขณะอยู่ที่เมืองสุราบายา เป็น 38 ng/mL ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ มะเร็งไม่เพียงแพร่กระจายไปยังกระดูกทั่วร่างกาย แต่ยังกลับมาลุกลามเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะอีกครั้ง โดยผลตรวจชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็น มะเร็งต่อมลูกหมากที่แพร่กระจาย โรงพยาบาลจึงได้จัดทีม สหสาขาวิชาชีพ (MDT) เพื่อร่วมกันประชุมวางแผนและกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขา
เนื่องจากจางหลงฝู่มีมะเร็งแพร่กระจายไปยังกระดูกเป็นวงกว้างและลุกลามเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ ทีมสหสาขาวิชาชีพ (MDT) จึงได้วางแผนการรักษาด้วย การรักษาแบบหัตถการคีโฒเฉพาะจุดชนิดแผลเล็กร่วมกับการรักษาด้วยฮอร์โมนทั่วร่างกาย โดยใช้วิธี ฉีดยาผ่านหลอดเลือดแดง เพื่อนำยาไปยังตำแหน่งรอยโรคอย่างแม่นยำ พร้อมทั้งให้ยารับประทานและยาฉีดเข้าใต้ผิวหนังเพื่อการรักษาด้วยฮอร์โมน.
หลังผ่านการรักษาครบ 6 คอร์ส ผลการตรวจติดตามสร้างความโล่งใจให้กับทุกคน โดยพบว่าค่า PSA ลดลงเหลือ 0.04 ng/mL ภาพตรวจแสดงให้เห็นว่ารอยโรคผิดปกติบริเวณส่วนกลางของต่อมลูกหมากมีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับก่อนการรักษา ขณะที่ผลการสแกนกระดูกพบว่ากิจกรรมการเผาผลาญของรอยโรคมะเร็งที่แพร่กระจายไปยังกระดูกลดลงอย่างชัดเจนและรอยโรคที่แพร่กระจายไปยังกระดูกเชิงกรานมีการเสริมสัญญาณ ลดลงเมื่อเทียบกับก่อนการรักษา แสดงให้เห็นว่าสามารถควบคุมการทำงานของเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
แพทย์เจ้าของไข้ คุณหมอหลี่ กล่าวว่า “ตั้งแต่ผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการรักษาจนถึงปัจจุบัน เขามีทัศนคติที่ดีและมองโลกในแง่บวกมาโดยตลอด ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยเลย พวกเราในทีมแพทย์และพยาบาลก็ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง” ด้าน จางหลงฝู่ เองก็กล่าวว่า ระหว่างการรักษา นอกจากหลังการทำหัตถการคีโมเฉพาะจุดครั้งแรกที่รู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อยแล้ว แทบไม่มีอาการไม่สบายที่ชัดเจนเลย “รู้สึกเหมือนคนปกติ เพียงแค่เหมือนมาที่โรงพยาบาลเพื่อมา ‘ให้น้ำเกลือ’ ทุกสัปดาห์เท่านั้น”
การฟื้นตัวทางร่างกายของเขาเห็นได้อย่างชัดเจน: อาการปัสสาวะเป็นเลือดหายไป อาการปวดกระดูกไม่กลับมาอีก เขาสามารถเดินได้ตามปกติ รับประทานอาหารได้ตามปกติ และนอนหลับได้ตามปกติ แต่สิ่งที่ทำให้ จางหลงฝู่ รู้สึกอบอุ่นใจยิ่งกว่าคือ วิธีการที่โรงพยาบาลปฏิบัติต่อเขา — ไม่ใช่เพียงรักษาโรคของเขาเท่านั้น แต่ยังใส่ใจดูแลสภาพจิตใจและความรู้สึกของเขาด้วย.

ก่อนการรักษา: พบก้อนเนื้อเยื่ออ่อนผิดปกติบริเวณเฉพาะที่ จำเป็นต้องตรวจภาพถ่ายแบบชั้นบางเพื่อประเมินขอบเขตของก้อนและลักษณะความหนาแน่นของเนื้อเยื่อ.
หลังการรักษา: เมื่อเปรียบเทียบกับตำแหน่งเดิม พบว่าต้องประเมินการตอบสนองของรอยโรคจากการลดลงของขนาดก้อน ความหนาแน่นที่ลดลง และขอบเขตของรอยโรคที่มีความชัดเจนมากขึ้น.
เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง: ทำความฝันที่พ่อเฝ้ารอมานานถึง 60 ปีให้เป็นจริง
การรักษาไม่ได้ช่วยแค่ให้ร่างกายของเขาดีขึ้น แต่ยังทำให้เขาได้กลับไปทำสิ่งที่เคยเป็นความฝันและความตั้งใจที่ต้องหยุดไว้เพราะอาการป่วยก่อนเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง โรงพยาบาลได้พาผู้ป่วยต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมชมวัฒนธรรมเรือมังกรที่แม่น้ำจูเจียง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ จางหลงฝู่ ได้เห็นการแข่งขันเรือมังกรด้วยตาตัวเอง เสียงกลองดังขึ้น เรือแล่นฝ่าน้ำ เขานึกถึงภาพที่พ่อเคยเล่าให้ฟังตอนเด็ก ๆ และวันนี้เขาได้เห็นภาพนั้นจริง ๆ เขามองอย่างตื่นตาตื่นใจ พร้อมปรบมือและเชียร์ไปกับผู้ป่วยคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ.


วันที่ 18 มิถุนายน โรงพยาบาลจัดกิจกรรมเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างที่ชั้น 9 มีกิจกรรมมากมาย เช่น การแสดงชุดจีนโบราณ การแสดงเปลี่ยนหน้ากากงิ้วเสฉวน และเกมโยนลูกธนูลงภาชนะ แต่สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจที่สุดคือ การทำบ๊ะจ่าง — เขาหยิบใบไผ่สำหรับห่อบ๊ะจ่าง พับให้เป็นรูปกรวย ใส่ข้าวเหนียวและไส้ลงไป แล้วใช้เชือกมัดให้แน่น การทำแบบนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้ทำมาหลายปีแล้ว.


ในการสัมภาษณ์ เขากล่าวว่า เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างและเทศกาลจีนอื่น ๆ มักทำให้เขานึกถึงพ่อแม่ รวมถึงคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายของเขา เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาหยุดไปชั่วครู่ ดวงตาเริ่มแดง ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย เขาก้มหน้า ใช้หลังมือเช็ดน้ำตา แล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มอย่างรู้สึกเกรงใจและพูดว่า“ขอโทษครับ ทุกครั้งที่พูดถึงพวกเขา ผมมักจะเป็นแบบนี้เสมอ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม” เขาหยุดคิดเล็กน้อย แล้วพูดต่อว่า “แต่เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างครั้งนี้ที่ได้ฉลองในโรงพยาบาล เป็นช่วงเวลาที่คึกคักและมีความหมายมาก เป็นสิ่งที่ผมเฝ้ารอมาตลอด ผมรู้สึกเหมือนได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้แทนพ่อแม่ของผมด้วย ขอบคุณโรงพยาบาลมากที่จัดกิจกรรมแบบนี้ เพราะโรงพยาบาลอื่นไม่มี”
“ที่อินโดนีเซีย ชาวจีนโพ้นทะเลอย่างพวกเราเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง เพื่อระลึกว่าเรามาจากไหน” จางหลงฝู่ กล่าว ที่กวางโจว เมืองที่บรรพบุรุษของเขาเคยออกเดินทางจากไป เขาได้ค้นพบความหมายของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างอีกครั้ง ด้วยวิธีที่พิเศษสำหรับตัวเขาเอง.
จางหลงฝู่ระหว่างการสัมภาษณ์
สำหรับจางหลงฝู่ การมาเยือนกวางโจวครั้งนี้ เขาไม่ได้เพียงได้รับการควบคุมโรคที่ดีขึ้น แต่ยังได้รับสิ่งที่มีความหมายมากกว่านั้นด้วย.
เมื่อการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังกระดูกลดลง อาการปวดค่อย ๆ หายไป เมื่อเสียงกลองเรือมังกรดังก้องบนแม่น้ำจูเจียง และกลิ่นหอมของบ๊ะจ่างในเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างได้ปลุกความทรงจำในวัยเด็กกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่เขารู้สึกไม่ได้มีเพียงการเอาชนะโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังเป็นความรู้สึกของการได้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว.
การแพทย์สามารถรักษาโรคได้ แต่ความอบอุ่นสามารถเยียวยาหัวใจของคนได้
จากเมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย สู่เมืองกวางโจว ประเทศจีน จากช่วงเวลาที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมนของโรคมะเร็ง สู่การกลับมามีความหวังอีกครั้ง จากบ้านเกิดในคำบอกเล่าของบรรพบุรุษ สู่การได้เห็นเรือมังกรบนแม่น้ำจูเจียงด้วยตาตัวเอง
การเดินทางครั้งนี้ทำให้เขายิ่งเชื่อมั่นว่า:
แม้ชีวิตอาจต้องเผชิญกับพายุและความยากลำบาก แต่หากยังมีเป้าหมายและทิศทาง ความหวังจะยังคงอยู่เสมอ.
เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างปีหน้า ผมจะทำบ๊ะจ่างกับครอบครัวด้วยกัน” จางหลงฝู่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ครั้งนี้ เขาไม่ได้พูดถึงความเจ็บป่วยอีกแล้ว แต่กำลังพูดถึงอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า.